ถึงผู้ที่เข้ามาอ่านบล็อคตอนนี้
หากคุณเป็นพวก รักหนังไทย แบบหัวปักหัวปำ จนไม่มองความเป็นจริง
ก็ปิดหน้านี้ไปได้เลยครับ
 

เป็นประเด็นที่ผมกับพี่เก้าได้คุยกันมาตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา
คือวงการหนังไทย ที่ถึงแม้จะมีหนังดีๆ อย่างอรหันต์ซัมเมอร์
หรือโหมโรง ที่ไปคว้ารางวัลที่ต่างประเทศมาแล้ว

แต่กระนั้น ผมรู้สึกว่า หลังๆหนังไทยราวๆ 95% ต้องมีฉากนัวเนียกัน
เหมือนกับว่าเป็นอะไรที่บังคับว่า "หนังไทยต้องมีนะเฟ้ย"

เอาชัดๆเลย หนังผี
ต่างประเทศ หนังผี มีแต่ฉากผีหลอก กลัว เอาชีวิตรอด
แต่พี่ไทย ไม่รู้เอาสมองส่วนไหนคิด มีฉากคนนัวเนียกันตลอด
เพราะอย่างนี้รึเปล่าเลยหนีผีกันไม่พ้น?

ซ้ำร้าย หลังๆ หนังแอ็คชั่นอย่าง ช็อคโกแล็ต ก็ยังอุตส่าห์จะมี
ทั้งๆที่มันดูแล้วไม่มีความจำเป็น หรือทำให้หนังดูมีคุณค่าขึ้นเท่าไหร่นัก

ซ้ำร้าย หนังที่โปรโมท และออกตัวว่าเป็นหนังวัยรุ่น
นับตั้งแต่เรื่อง วัยอลวน ที่พูดถึงเรื่องการอยู่กินกันของวัยรุ่นก่อนแต่งงาน
และการพกถุงยาง กับมีอะไรกันในวัยเรียน เป็นเรื่องที่ปกติ

จนก้าวไปถึงปัจจุบัน อย่างรักแห่งสยาม ที่มีฉากจับนม ฯลฯ
รวมไปถึงการจูบกันจริง ซึ่งเรียกได้ว่ามีในหนังทุกเรื่องเลยที่มีฉากนัวเนียกันตลอด
ยิ่งมาปิดเทอมใหญ่ฯ นี่ ไม่รู้มั่วกามจนว้าวุ่นรึเปล่า
ก็รู้ๆอยู่นะว่าเอาใครมาโปรโมท จนเป็น Topic กันสนั่นไปพักใหญ่....

เท่าๆที่นึกได้ ว่าหนังวัยรุ่นที่ไม่มีฉากอย่างนั้น(นัวเนีย) เรื่องสุดท้ายที่นึกออก
ก็มีแค่ Season Chage เท่านั้นแหล่ะ ที่นึกออกจริงๆ....

จนในสมัยนี้ ผมเริ่มรู้สึกแล้วว่า หนังไทยนี่แหล่ะ
เป็นตัวชักนำ จนวัยรุ่นไทยมองเรื่อง Sex เป็นเรื่องปกติไปแล้ว

ผมว่า หนังไม่ได้สะท้อนสังคมหรอก แต่สังคมนี่แหล่ะ
สะท้อนถึงภาพลักษณ์ของหนัง ที่เป็นสื่อชักนำคนดูต่างหาก

อันนี้ผมไม่ได้พูดถึงแค่หนังไทยเท่านั้น ละครไทยก็เหมือนๆกัน

พระเอกข่มขืนนางเอก ไม่ผิด ตอนจบก็มารักกัน
อืม เจริญชาติจริงๆ สังคมไทย........

ตัวอย่างเห็นๆเลย เกี่ยวกับเรื่องละครไทยเดี๋ยวนี้...

ถ้าใครได้มาแถวบ้านผม จะรู้ว่าเด็กตัวเล็กๆ อายุตั้งแต่ 2-8 ขวบ
ค่อนข้างจะเยอะมาก และในจำนวนนั้น ก็มีเด็กผู้หญิงอยู่ 5 คน

วันนึง ผมได้มีโอกาสดูเด็กๆนั่งเล่นทำกับข้าวกันตามประสาเด็กผู้หญิง
สักพักก็มาเล่นตามบทละครหลังข่าว...

เท่านั้นแหล่ะ เด็กทุกคนแย่งกันเป็นตัวร้าย
ผมจึงสงสัย เลยไปถามเด็กๆ ดู ว่าทำไมถึงไม่อยากเล่นบทนางเอก
แล้วทำไมถึงแย่งกันแทบจะเป็นจะตาย เพื่อเป็นตัวร้าย

คำตอบง่ายๆ ซื่อๆ ตามประสาเด็กๆ ก็คือ
"เล่นตัวร้ายสนุกดี ได้ตบคนอื่น ได้กรี๊ดโวยวาย"

อืม คำตอบซื่อของเด็ก สะท้อนอะไรได้หลายอย่างจริงๆ....

กลับมาที่เรื่องฉากอย่างนั้น อย่างโน้น อย่างนี้ กันต่อ...

ไม่รู้ว่า ฉากเหล่านี้ คนสร้างหนังอยากทำมาดูเองเป็นการส่วนตัวรึเปล่า?
อันนี้ก็ไม่ทราบได้ เพราะผมไม่ใช่คำทำหนังซะด้วยสิ

แต่ที่แน่ๆ เห็นๆว่าคนที่ผลกรรมตามทัน แบบทันตา เนื่องจากการสร้างหนังแนวนี้
ก็มีให้เห็นแล้วตัวอย่างนึง ค่อนข้างชัดเจน

ผมไม่ขอพูดชื่อ หรือระบุว่าเป็นใคร เพื่อความปลอดภัย(กลัวโดนฟ้องด้วย)
แต่คนๆนี้ สร้างหนังไทยที่พูดได้ว่าเป็นตัวแทนของประเทศ
และทำหนังประวัติศาสตร์ก็ออกจะบ่อย

และก็มีฉากอย่างว่า อยู่ในหนังทุกเรื่องของคุณแกเสียด้วยสิ

ได้ข่าวมาว่า ลูกสาวของคุณแก ก็ไปมั่วผู้ชาย จนเป็นข่าวโจ๋งครึ้มเลยทีเดียว...

ผมคุยกับพี่เก้าในหลายๆประเด็น และสรุปออกมาตรงกันว่า

ถ้ากระแสหนังไทย หรือละครไทย ยังมีแนวโน้มตกต่ำ
หมกหมุ่นแต่เรื่องแบบนี้ รับรองว่า ฉากการร่วมเพศแบบโจ๋งครึ้ม
ของวัยรุ่นในชุดนักเรียนมัธยม ที่เกิดภายในรั้วโรงเรียน
จะมีแน่นอน ภายใน 2 ปีนี้เป็นอย่างช้า....

และถึงตอนนั้น สังคมไทยก็คงแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
ถ้าตราบใดที่คนทำหนัง ยังทำหนังแบบไร้สามัญสำนึก หรือความรับผิดชอบต่อสังคม
แล้วก็ดีแต่ออกมา ถามถึงสิทธิคนทำหนังอยู่ไหน แล้วดีแต่ออกมาประท้วงปาวๆ

และถ้าตราบใด คนที่มีอิทธิพลต่อสังคมมากๆ อย่างคนทำหนัง นักการเมือง หรือสื่อสารมวลชน
ยังเป็นคนที่บัดซบ เห็นแก่ได้ ทำทุกอย่างที่ต้องการ โดยที่ไม่สนใจว่าสังคมจะเน่าแค่ไหน

ประเทศไทย ก็คงไม่พ้นจะตกเหว จะช้าหรือเร็ว ก็เท่านั้นแหล่ะ

Edit : ผมได้ไปคุ้ยบล็อคตอนเก่าๆมาอ่าน ขออ้างอิงคำพูดของกีจัง จากใน Entry นี้
http://trigger.exteen.com/20070423/entry ซึ่งเป็นคำพูดที่ค่อนข้างตรง ไว้ว่า...

คนรุ่นใหม่ ๆ จะประทับความคิดไว้ยังไง
ก็ขึ้นอยู่กับการปลูกฝังของคนรุ่นก่อนหน้านั่นแหละ

ก็เก็บไปคิดกันเองนะครับ ว่าถ้าวัยรุ่นสมัยนี้ยังเป็นแบบนี้
ลูกหลายเราจะเป็นยังไงกัน 

ปล.คนดีในสังคม ยังมีอีกเยอะ อันนี้ผมรู้ครับ ยังไม่สิ้นศรัทธา
ก็ขอสนับสนุนหนังไทยดีๆ และคนดีๆ ให้มีเจตนารมณ์ที่ดีแบบนี้ไปไม่เสื่อมคลายนะครับ

ปล2.ผมยังไม่เลิกดูหนังไทยนะ แต่ถ้าเป็นหนังที่มีฉากอย่างว่า ผมไม่ดูแน่ๆ ไม่ต้องมาชวน
ไม่อยากสนับสนุน ผลงานของพวกที่อยากทำหนังปลุกใจเสือป่าไว้ดูเองหรอก -*-

ผมคิดว่า คงไม่มีการถกหัวข้อกันต่อในนี้แล้ว
เพราะดูเหมือนจะมีแต่การมาตอบกันเองไปๆมาๆแล้ว

ส่วนผมเอง ก็คิดว่าคงไม่ได้เข้ามาอ่านแล้ว
(จริงๆไม่ได้อ่านตั้งแต่ประเด็นโดนยกไป AF แล้วล่ะ)

แต่ก็นะ
ปฏิเสธหลักศิลปะ ก็แค่คนที่ไม่มีสุนทรีย์ในหัวใจ
แต่ปฏิเสธธรรมะ ก็เท่ากับปฏิเสธความจริง

ขออนุญาติล็อคละกัน open-mounthed smile

#38 By Trigger on 2008-06-18 22:52

เอ้า ผมก็ลืมพูดถึงวัยอลวลไป
ก็ตามข้างบนคุณข้างบนว่าแหละครับ

#37 By Re-Peat Again on 2008-06-18 22:31

อ้อ แล้ววัฒนธรรมไทย คืออะไร?

ที่คนเอามาใช้สับสนกันบ่อย นั่นคือ' ศีลธรรม' ค่ะ หมายถึงสิ่งที่เราอยากจะไปถึงซึ่ง 'ความดี' อันนั้น แต่คำ 'วัฒนธรรม' คือสิ่งที่เราเป็นจริงๆ นั่นก็คือทั้งสิ่งดีเลวที่เราเป็นอยู่ตอนนี้

ถ้าจะถามพฤติกรรมคนสมัยก่อน อายุ 16 มีลูกผัว แล้วก็การมีเมียหลายคนไม่ผิด ขายลูกเพื่อแลกเงินก็เป็นเรื่องธรรมดา หรือว่าความต่างชนชั้น ค้าแรงงานทาส บลาๆๆ ... นั่นคือวัฒนธรรมไทยค่ะ แล้วพูดจริงๆว่าสมัยก่อนเละกว่าสมัยนี้เยอะ ... เพราะฉะนั้นวัฒนธรรมมันไม่มีดีเลวหรอกค่ะ มันคือสิ่งที่เราเป็นอยู่

ให้เทียบ
วัฒนธรรม = ศิลปะ = ความจริง
ศีลธรรม = ศาสนา = ความดี

และศีลธรรมเป็นสิ่งที่ไม่สามารถเป็นจริงได้ค่ะ ฟันธง คล้ายๆโลกยูโทเปียของพวกนักคิดนั่นแล สิ่งที่เราทำได้ก็คือมาบ่นนู่นนี่ ไม่พอใจในสิ่งที่เราเป็น

เราไม่ได้ว่าศีลธรรมไม่ดี มันคือความฝันที่เราอยากให้เป็น มีแค่คนดี ไม่มีใครมีความทุกข์ ใครๆก็อยากให้เป็นอย่างนั้นแหละ

แต่ว่าก็ไม่อยากให้โจมตีสิ่งที่ 'เป็นจริง' อยู่ ความทุกข์ที่จริงแสนจริง แล้วสะท้อนออกมาให้เราเห็น ทำไมเรารับไม่ได้ละคะ?


"ส่วนศิลปะที่ชักจูงผู้คนในปัจจุบัน เช่น เพลง หนัง ผมว่ามันเป็นศิลปะที่มอมเมาผู้คน "

ถ้ามันเป็นศิลปะมอมเมาแล้วดูทำไมละคะ? ดูแล้วทำไมไม่ดูให้ครบถ้วนละคะ?

โอเคถ้างานนั้นมันมุ่งเงินล้วนๆ หรือเอ็กซ์มาก ไม่ใช่ศิลปะ ก็พูดว่ามันเป็น 'สื่อ' ซะ มาประเด็นสื่อแล้วกัน

เราไม่ชอบคำพูดที่ว่า 'เป็นเพราะสื่อ' ยังงั้นยังงี้ เพราะเราไม่เชื่อว่าผลร้ายในสังคมเป็นเพราะสื่อทั้งหมด สื่อเดียวกัน สังคมเดียวกัน ทำไมยังมีคนดีคนเลวอยู่ละคะ? ...เราโทษสื่อ เพราะเราไม่อยากโทษตัวเองไง สิ่งแวดล้อมปลูกฝังยังไง คนเราก็โตมาเป็นเช่นนั้นแหละ เราก็จะเลือกดูสื่อได้ เราเลือกจะอยู่ใกล้ลูกแล้วปิดทีวีได้ แต่อะไรๆเราก็ด่าว่าสื่อ เรียกร้องความรับผิดชอบต่อสังคม แล้วเราละ เรารับผิดชอบตัวเองและเด็กของเราได้ไหม ถ้าลูกเราไม่มีวิจารณญาณแต่ต้น จะมองอะไรมันก็ไม่มีวิจารณญาณนั่นแหละ ถ้าลูกเรามีความคิด จะมองอะไรก็สามารถมองได้หลายมุมแล้ววิเคราะห์เป็น ตระ