(ขออนุญาติยืมรูปจากบล็อคของคุณ Googgig มานะครับ)

จากข้อสอบสุดโด่งดัง ข้อที่39 ซึ่งเป็นที่โจษขานกันอยู่ในทุกวันนี้
แน่นอนว่าใครอ่านโจทย์ คงงงกับจุดประสงค์ของผู้ถามว่า "มันวัดอะไรกรูได้วะ"
ช่างเถอะครับ นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ เพราะคงมีคนด่าเรื่องข้อสอบมากพอล่ะ

แต่ที่ผมหดหู่และเซ็ง คือการตอบของวัยรุ่นสมัยนี้มากกว่า

เมื่อวานได้ดูรายการข่าวของช่องสาม ซึ่งได้มีการนำเด็กวัยรุ่นมาสองคน
คนหนึ่งเป็นเด็กเนิร์ดๆ ใส่แว่น ส่วนอีกคนพวกเพศที่สามที่ทำตัวตุ้งติ้งจนน่าเตะ
พร้อมกับเอาข้อสอบมาวิเคราะห์วิจารณ์ถึงตัวเลือกต่างๆนานา

สุดท้ายเด็กทั้งสองคนตอบว่า
"ถูกทุกข้อแหล่ะครับ"
*ถ้ายังไม่เข้าใจสิ่งที่สื่อ กรุณาไปดูตัวเลือกที่ 2 ของข้อ 39 อีกรอบ...

ฟังแล้วแบบ เฮ้ย วัยรุ่นไทยนี่ พวกมึงวุฒิภาวะต่ำกันขนาดนี้เลยเหรอ
เรื่องง่ายๆอย่างทำแทงค์นี่ กลายเป็นการยอมรับว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกทางเหรอไงกัน
รึแสดงว่าสังคมไทยสมัยนี้ ถ้าท้องก็ไปทำแทงค์ซะ เหมือนปวดท้องก็ไปกินยางั้นเหรอ

อนาถ+สมเพช วัยรุ่นไทยทุกคนที่คิดเห็นแก่ตัวแบบนี้จริงๆ
(ย้ำ เน้นตัวสีแดงๆ เถือกๆไว้ ว่ารังเกียจพวกที่คิดแบบนี้เท่านั้น มิได้เหมาะรวมทุกคน)

ปล.หดหู่ เศร้า และเซ็ง เมื่อวัยรุ่นไทยบางคนไร้ความรับผิดชอบ
เมื่อทำผิดก็ฆ่าชีวิตที่บริสุทธ์ไร้เดียงสา ถ้าเป็นแบบนี้พวกเอ็งอย่าเกิดมาเป็นมนุษย์เลยเหอะ
ขนาดสัตว์ตั้งท้องมันยังไม่ฆ่าเลย ไอ้พวกนี้ระยำกว่าสัตว์อีกเนอะ -0-

ปล2.ผมว่าค่านิยมชั่วๆผิดๆแบบนี้ คงไม่มีทางแก้ได้ในสังคมไทยแล้วล่ะ
ใครคิดเหมือนผมมั่ง? อยากให้ผมคิดผิดจังเลย -0-

Comment

Comment:

Tweet

แบบว่าเพิ่งเห็น (หัวเราะ) ขอขุดหน่อยนะคะ

ก่อนจะต่อว่าเด็กวัยรุ่น(บางคน)ว่าเขาไม่มีสามัญสำนึก ไร้ความรับผิดชอบ และเห็นแก่ตัว น่าจะพิจารณาถึงเหตุผลที่เขาคิดว่าเลือกคำตอบข้อนั้นได้ด้วยนะ (ที่ดูจากรายการวู้ดดี้ เด็กให้เหตุผลชัดเจนว่าทำไมเขาถึงคิดว่าข้อสองเป็นตัวเลือกที่ถูกได้)

ส่วนตัวไม่คิดว่าเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ย่ำแย่กันถึงขนาดนั้น (แต่ก็คิดเหมือนกันว่าสามัญสำนึกบางอย่างที่ควรจะมีก็หายๆ ไปบ้าง)

การทำแท้งต้องพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป แต่ละคนมีพื้นฐานครอบครัว มีฐานะแตกต่างกัน แต่ในข้อสอบให้ข้อมูลมาไม่ครอบคลุมพอ เด็กที่ทำข้อสอบก็เลยต้องคิดข้อมูลที่เป็นไปได้เพิ่มเติมไปเอง และเหตุผลประกอบหลายอย่างที่คิดได้นั้น ก็สนับสนุนการจะตอบว่าข้อสองเป็นข้อที่ถูกต้องได้ด้วยนี่สิ

หากจะเหมารวมว่าวัยรุ่นที่ตั้งท้องในวัยเรียนที่(คิด)เลือกที่จะทำแท้งทุกคนเป็นพวกระยำไปเสียหมด เราว่าใจร้ายไปหน่อยนะ :) เขา(อาจจะ)รู้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำ แต่มันเป็นความเป็นไปได้ และเป็นความจริงที่เกิดขึ้นในสังคมโลก ไม่ใช่เฉพาะสังคมไทย

ปล. ค่านิยมเกิดจากการกล่อมเกลาของสังคม และเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลาได้เสมอ

#31 By KeeChan on 2010-03-12 11:53

แนวคิดที่แสดงบทบาทความเป็นชายและหญิง มีผลมาจากทั้ง 2 ปัจจัยเลยครับ

หนึ่ง คือ ฮอร์โมนเพศ ซึ่งจะมีผลต่อพัฒนาการของสมองเมื่อทารกสองเพศเติบโตขึ้น ให้มีความคิด รสนิยท และความสำเหนียกรู้ในภาวะถึงบทบาทของเพศตัวเองต่างกัน โดยสอดคล้องกับรูปร่างทางกายภาพ ตรงนี้งานวิจัยมีให้อ่านได้มากครับ

สองคือ กลไกทางสังคมที่แปรเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ซึ่งมีอิทธิพลกำหนดบทบาท หรือค่านิยมทางเพศซ้อนขึ้นมาอีกชั้นหนึ่ง (จากที่กลไกทางชีวภาพกำหนดมาชั้นหนึ่งแล้ว) ซึ่งตรงนี้ก็เพื่อสร้างความเหมาะสมในการอยู่ร่วมกันในระดับที่ซับซ้อนมากขึ้น

ดังนั้น ทั้งสองปัจจัยนั้นเป็นคนละเรื่องกัน แต่ทำงานสัมพันธ์กันเท่านั้นครับ

#30 By Gow27 on 2010-02-26 12:50

ตอบแบบลวกๆละกันนะ ดูบทสนทนาบางคู่แล้วปรุโปร่งทีเดียว

#สันดานจัง
แหม เหมือนตามผลงาน แอบเขิน sad smile
การตั้งท้องนี่ ว่ากันตามจริงก็เป็นเรื่องที่ผิดอยู่แล้ว การไปทำแท้งนั้นยิ่งเป็นการทำผิดซ้ำซ้อนลงไปมากกว่าเดิม

ถ้ากลัวว่าจะเลี้ยงออกมาเป็นคนดีไม่ได้ งั้นเอาอะไรมาตัดสินว่าเด็กคนดีจะโตมาเป็นคนดีหรือไม่ดี ไม่มีใครตัดสินได้ แต่การทำแ้ท้งเท่ากับเป็นการตัดสิน"ประหารชีวิต" คนๆหนึ่งที่อาจจะเกิดมาเป็นคนดีของประเทศก็ได้ ส่วนถ้ามันจะเลวก็ถือว่าเป็นเรื่องของมันไป sad smile

แต่ผมก็เคารพการตัดสินใจ ถ้าพร้อมที่จะเป็น "ฆาตกร" ก็ควรจะยอมรับผลการตัดสินใจที่จะได้รับโทษนั้นด้วย big smile

#พี่ข่าน
มันเป็นการหนีปัญหาแบบปัดสวะพ้นตัวว่ะพี่ อย่างที่บอกๆไปแล้วว่าชีวิตที่เกิดมาไม่รู้อิโหน่อิเหน่ต้องมาตายลงไป ยิ่งถ้าในทางธรรมะ(คุยกับพี่ข่านคงพอเก็ต)กว่าจะเกิดมาเป็นมนุษย์ได้ต้องใช้บุญมหาศาลแค่ไหน แต่ได้แค่เป็นวุ้นก็มาตาย น่าสงสารชิบ -*-

#น้องฝ้าย
พี่มองว่ายิ่งการศึกษาสูง(ในช่วงเวลาที่ฮอร์โมนฉีดพล่าน) ก็ควรจะมีความรู้สึกนึกคิดที่ถูกต้องขึ้น รู้ว่าการทำอะไรผิดหรือไม่ผิด ฉะนั้นจึงไม่ใช่ข้ออ้างในการมีอะไรในวัยอันควรแน่นอน (ถ้าไม่ใช่เรื่องที่ผิด งั้นก็ไปบอกพ่อแม่สิว่า "พ่อแม่ หนูจะไปมีเซกส์นะคะ" ถ้าไม่ใช่เรื่องผิดพ่อแม่คงไม่ด่าแน่นอน)

ส่วนเรื่องวรรณคดี พี่เก้าตอบแทนไปแล้ว จริงๆพี่ก็คิดจะตอบคล้ายๆกันน่ะนะ แต่คงไม่ปราณีตในด้านภาษาเท่า sad smile

#พี่เก้า
ครับ กูขอโทษครับพี่

#อ็อบ
มันแสดงว่ามีทุกยุคทุกสมัยไง เรื่องปลุกใจเสือป่า เพียงแต่กฎหมายหรือความรู้สึกผิดชอบชั่วดีในสมัยนั้นน่าจะมีมากกว่าสมัยนี้ (ไม่งั้นเอดส์คงแพร่กระจายทั่วอยุธยาแล้ว)

จริงๆโรคเอดส์ก็เหมือนโรคที่สะท้อนอะไรหลายๆอย่างในสังคมได้เลยนะ

#เวฟ
ถ้าคนออกข้อสอบเป็นหญิงตั้งครรภ์ ก็ไม่แน่นะ

#lalala
เอ่อ สงสารนิด..นิดๆ

#29 By Trigger on 2010-02-26 09:11

โฮว์..เพิ่งดูข่าวเมื่อกี๊เอง -..-

นิดเอ้ย...นิด

#28 By lalala on 2010-02-25 18:06

น่าไปถามไอ้เชี่*คนออกข้อสอบ..ว่าแ*ร่งจะตอบนังไงชะมัด

มันคงตอบข้อ2 สินะ!! สินะ!! สินะ!!!

ผมเชื่อว่าแม้กระทั่งคนออกข้อสอบแ*ร่งก็ยัง"อึน"ตัวมันเอง

คนออกข้อสอบแ*ร่ง

เทพ!! เทพ!! เทพ!!

#27 By ★『wavie』☆ on 2010-02-25 17:39

เรื่องวรรณคดีติดเรท อย่าลืมนะครับว่าวิชาภาษาไทยม.ปลายก็เอาวรรณคดีติดเรทมาให้เรียนให้สอบนะครับ ที่ผมจำได้ว่ามีแน่ๆก็ฉากอัศจรรย์ของพระอภัยมณีน่ะ ขุนช้างขุนแผนก็อีกเรื่อง

#26 By ob the air on 2010-02-25 16:30

ตอบคุณ Gow27 เรื่องฮอร์โมนนะคะ

ที่จริงแล้วการที่บอกว่าผู้ชายมีหน้าที่ต้องออกไปทำงาน ในขณะที่ผู้หญิงมีหน้าที่อยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือนนั้น เราคิดว่ามันเป็นผลมาจากการบ่มเพาะทางสังคมว่า เกิดมาเป็นผู้ชายต้องทำแบบนี้ เกิดมาเป็นผู้หญิงต้องทำแบบนี้มากกว่าอ่ะค่ะ

ฮอร์โมนเพศชายเท่าที่เรารู้มา ทำให้เกิดลักษณะทางเพศที่สอง และเรื่องความต้องการทางเพศที่มีสูงกว่าผู้หญิงอันนี้ยอมรับค่ะ แต่ผลของฮอร์โมนในแง่ของจิตใจหรือความรู้สึกนึกคิด คิดว่าเป็นเรื่องที่ยังไม่มีข้อสรุป และต้องทำการศึกษาต่อไปค่ะ

แต่ในเรื่องของการคัดพันธุ์ การที่ผู้ชายมีเมียเยอะเพื่อให้เกิดทายาทที่ดีที่สุด มีปัจจัยทางกายภาพที่ไม่เกี่ยวกับฮอร์โมนคือการที่ฝ่ายหญิงต้องเป็นฝ่ายตั้งครรภ์ไงคะ ถ้าให้ฝ่ายหญิงเป็นฝ่ายเลือกมันทำไม่ได้เพราะต้องมีเวลาพักในการตั้งครรภ์

ตามความเข้าใจของเราแล้ว สังคมยอมรับ(อยู่ลึกๆ)เรื่องผู้ชายเจ้าชู้ มีเมียหลายคนมานานแล้วอ่ะค่ะ

#25 By ★奈良★ on 2010-02-25 15:50

ข้อความ 22 เขียนตกไปในส่วนที่ว่า...

ถ้าเอาฮอร์โมนเป็นที่ตั้งสำหรับมนุษย์ (โดยไม่มีปัจจัยอื่นในการพิจารณาการกระทำ) มันจะมีข้ออ้างทำนองนี้แน่นอนครับ

#24 By Gow27 on 2010-02-25 14:21

เห็นด้วยเรื่องวรรณคดีครับ big smile

#23 By Gow27 on 2010-02-25 14:19

พูดถึงเรื่องแรงขับของฮอร์โมน ก็ทำให้นึกขึ้นได้

จริงๆ ธรรมชาติสร้างฮอร์โมนให้เพศชาย เกิดความต้องการทางเพศสูงกว่าเพศหญิง แถมยังเกิดอารมณ์อย่างว่ากับใครก็ได้ (ไม่จำเป็นต้องรักหรือรู้สึกดีๆ ด้วย) เพื่อความสามารถในการสืบต่อเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ ...ดังนั้น ธรรมชาติของเพศชายจึงต้องมีเพศสัมพันธุ์ให้มากคน เพื่อคัดสรรค์เผ่าพันธุ์ที่แข็งแรงที่สุด

ในขณะที่ธรรมชาติสร้างฮอร์โมนเพศหญิงให้มีสัญชาติญาณของความการเป็นผู้ดูแลมากกว่า ทั้งการดูแลบุตร และที่อยู่อาศัย ในขณะที่ฝ่ายชายออกไปรบและบุกเบิกที่ทำกินใหม่ๆ นั่นจึงทำให้ฮอร์โมนของเพศหญิงแตกต่างจากฝ่ายชายโดยสิ้นเชิง

ดังนั้นผู้หญิงควรจะยอมรับผู้ชายที่เจ้าชู้ มีอะไรกับใครทั่วไปหมด... เพราะนั่นคือแรงขับจากฮอร์โมนของเพศชายที่ธรรมชาติเขาสั่งมา

#22 By Gow27 on 2010-02-25 14:17

ตอบ